Make your own free website on Tripod.com
บทที่ 3 ต้นทุนงานสั่ง

       ต้นทุนการผลิต คือ ต้นทุนจ่ายไปผลิตสินค้า + บริการ ไม่ได้แยกว่าเป็นสินค้าผลิตเสร็จหรือผลิตไม่เสร็จ (งานระหว่างทำ)
ต้นทุนผลิตภัณฑ์ คือ ต้นทุนที่จ่ายไป เป็นของสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้ว
ต้นทุนการผลิต + ต้นทุนผลิตภัณฑ์  =  DM + DL + FO
ต้นทุนการผลิต แยกได้เป็น  ต้นทุนงานสั่ง + ต้นทุนงานช่วง
ต้นทุนงานสั่งเหมือนต้นทุนงานช่วงคือ  บันทึกส่วนประกอบต้นทุนทั้ง 3 ชนิด เพื่อหาต้นทุนต่อหน่วยสำหรับผลิตภัณฑ์, สำหรับบริการ, สำหรับกำหนดราคาขาย, การควบคุมการปฏิบัติงาน, ตีราคาผลิตภัณฑ์ระหว่างทำคงเหลือ เพื่อนำไปแสดงในงบดุล และจัดทำงบแสดงผลการดำเนินงาน
       1) ต้นทุนที่เกิดขึ้น  (DM+DL+FO) ต้องนำไปบันทึกในบัญชีต้นทุน แยกเป็น
- ระบบบัญชีต้นทุนงานสั่ง - ใช้สำหรับผลิตสินค้าหน่วยขนาดใหญ่ เช่น งานก่อสร้างหรืองานขนาดเล็ก แต่รวมกันเป็นจำนวนมาก สินค้ามีคุณสมบัติพิเศษ
-  ระบบบัญชีต้นทุนงานช่วง  -  ใช้บันทึกต้นทุนสินค้าที่มีลักษณะต่อหน่วยเหมือนกัน จำนวนมากๆ ไม่จำกัด มีการผลิตแยกเป็นขั้นตอนหรือแผนก แต่ต่อเนื่องกัน
ณ สิ้นงวดการดำเนินงานหรือสิ้นงวดปี จะแสดงต้นทุนสินค้าทั้ง 2 ประเภท คือ ต้นทุนสินค้าสำเร็จรูป และสินค้าระหว่างทำ
สินค้าสำเร็จรูปส่วนที่ขายไป เรียกว่า ต้นทุนขาย แสดงในงบกำไร ขาดทุน
สินค้าสำเร็จรูปส่วนที่ยังไม่ได้ขาย เรียกว่า สินค้าคงเหลือ แสดงในงบดุล
สินค้าระหว่างทำ (Work in Process) แสดงในงบดุล
       2) ต้นทุนงวดเวลา คือ ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร บันทึกบัญชีการเงิน พอสิ้นงวดจะโอนไปบัญชีกำไรขาดทุน
ระบบบัญชีงานสั่ง ใช้สำหรับจำนวนหน่วยเหมือนกันจำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยหาโดย นำจำนวนหน่วยผลิตไปหารต้นทุนการผลิตทั้งหมด การกำหนดต้นทุนที่ใช้ไปใช้จำนวนหน่วยของงานที่ทำเสร็จแล้วเป็นเกณฑ์
       แต่ละงานมีบัญชีระหว่างทำ เป็นบัญชีแยกประเภทย่อย  ทุกบัญชีและทุกรายการจะถูกรวมกัน โอนไป  บัญชีคุมยอดงานระหว่างทำ  (WIP Inventory Control)
       งานสั่งหนึ่ง ๆ ถ้ามีรายการไม่มาก ใช้เวลาทำไม่นานจะใช้แผ่นต้นทุน (Job Order Cost Card) แทนสมุดบัญชี
       บัญชีงานระหว่างทำแต่ละบัญชี ทำเสร็จจะถูกโอนไปบัญชีสินค้าสำเร็จรูป แล้วโอนไป บัญชีต้นทุนขาย แล้วโอนไป บัญชีกำไรขาดทุน  เมื่อสิ้นงวดบัญชี ( บัญชีใดทำไม่เสร็จไม่ต้องโอนไป เว้นแต่ ต้องโอนส่วนที่ทำเสร็จแล้วเข้าบัญชีต้นทุนงานก่อสร้าง เพื่อคำนวณกำไรเป็นรายได้งวดนั้น แล้วจ่ายให้ผู้ถือหุ้น)
ระบบบัญชีงานช่วง ใช้สำหรับการผลิตสินค้าจำนวนมากเหมือนกันทุกประการ ผลิตตามขั้นตอน แต่จะใช้เวลาแต่จะช่วงทำการผลิตเป็นเกณฑ์ในการประเมินผล ตรงข้ามกับระบบต้นทุนงานสั่งซึ่งใช้หน่วยการสั่งเป็นเกณฑ์
       การหาต้นทุนต่อหน่วยง่านช่วงต้องหาต้นทุนต่อหน่วยแต่ละแผนก แล้วรวมเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ สำเร็จรูปต่อหน่วย
       การหาต้นทุนของหน่วยงานแต่ละช่วง - ใช้ต้นทุนทั้งหมดที่แผนกนั้นรับผิดชอบในงวดเวลาหนึ่ง หารด้วยจำนวนหน่วยสำเร็จรูป + จำนวนหน่วยเทียบสำเร็จรูป ( จำนวนสินค้าที่ผลิตยังไม่เสร็จ ) งานช่วงหนึ่งมีบัญชีระหว่างทำเพียงบัญชีเดียว สำหรับรวบรวมต้นทุน
การประมาณอัตราค่าใช้จ่ายในการผลิต (FO)
       DM+DL+FO สำหรับงานสั่งต้องประมาณไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องคำนึงว่าราคาจริงของต้นทุนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะส่วนที่เปลี่ยนแปลงจะนำไปเพิ่มหรือลดในบัญชีต้นทุนขาย
       ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงตามงวดเวลาที่ค่อนข้างนาน มีอัตราค่อนข้างสูง เรียกว่า ต้นทุนคงที่ ยากต่อการคำนวณให้ได้จำนวนที่ถูกต้อง เช่น เงินเดือน  ค่าเสื่อม  ค่าสาธารณูปโภค

หลักการประมาณอัตรา FO ต่อหน่วยสินค้าที่ผลิต
1.        ประมาณการค่าใช้จ่ายการผลิตทั้งหมดในงวดต่อไป
2.        เลือกเกณฑ์การปันส่วน เช่น ชม.เครื่องจักร, ชม.แรงงานทางตรง, ค่าแรงงานทางตรง หรือหน่วยสินค้าสำเร็จรูปแต่ละแผนก
3.        การหาจำนวนค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วย ( ต่อชม. / บาท / หน่วยสินค้า )

การบันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตที่จ่ายจริงและค่าใช้จ่ายการผลิตตามอัตรา
1.        ลงบัญชีตามหลักการบัญชี
2.        บัญชีค่าใช้จ่ายการผลิตเป็นต้นทุนการผลิตงานสั่งแต่ละงาน
3.        โอนปิดผลต่างค่าใช้จ่ายการผลิตที่จ่ายจริง + คิดเข้างาน
ถ้าคิดเข้างาน < จ่ายจริง เป็น Underapplied ไม่ดี
ถ้าคิดเข้างาน > จ่ายจริง เป็น Overapplied    ดี

HOME     |     BOOKS     |     LINKS     |     CONTACTS 
 

หน้าหลัก       
บทที่ 1       
บทที่ 2       
บทที่ 3       
บทที่ 4       
บทที่ 5       
บทที่ 6       
บทที่ 7       
บทที่ 8       
บทที่ 9       
บทที่ 10     
บทที่ 11     

 
 
 
Copyright 2008. All Rights Reserved.

การบัญชีเพื่อการจัดการ